Basic Information
ภาพรวมการประกอบธุรกิจ
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 และมีประสบการณ์ในธุรกิจแปรรูปเหล็กมากว่า 51 ปี โดยปัจจุบันดำเนินธุรกิจงานแปรรูปและติดตั้งโครงสร้างเหล็ก (Steel Structure) ระบบท่อ (Piping) และโรงงานสำเร็จรูป (Module) ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาคาร และงานรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทุกประเภทที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยมีฐานการผลิตหลัก ได้แก่ โรงประกอบโครงสร้างเหล็กที่จังหวัดชลบุรี โรงประกอบโครงสร้างเหล็กที่จังหวัดระยอง โรงประกอบท่อที่อำเภอศรีราชา และโรงประกอบโรงงานสำเร็จรูป ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้นประมาณ 100,000 ตัน/ปี โดยในปี พ.ศ. 2568 บริษัทฯ ใช้กำลังการผลิตที่ ประมาณร้อยละ 60 ของกำลังการผลิตรวม
ปัจจุบัน บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มด้วยแนวคิดความยั่งยืน คือ การมีรายได้แบบต่อเนื่อง จึงได้มีการขยายธุรกิจสู่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์ ที่มุ่งเน้นด้านเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม และมีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งนี้ในปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายไฟฟ้าและบริการที่เกี่ยวกับไฟฟ้าและรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รวมเป็นร้อยละ 15 ของรายได้รวม และมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 85 เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในระยะยาว
เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจใหม่ที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรนั้น ปัจจุบันบริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท โดยบริษัทฯ มีบริษัทย่อย 14 แห่ง บริษัทร่วมค้า 2 แห่ง และบริษัทร่วม 1 แห่ง
| ชื่อบริษัท | ประเภทกิจการ | ทุนชำระแล้ว (บาท) | สัดส่วนที่ บริษัทถือหุ้น (%) |
| บริษัท เอส ที ไอ ที จำกัด | ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและให้เช่าเครื่องมือ เครื่องจักรในการก่อสร้าง | 135,000,000 | 100 |
| บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ เซอร์วิสเซส จำกัด | บริการงานก่อสร้าง | 410,000,000 | 100 |
| บริษัท เอส ที ไอ ที 2011 จำกัด | ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและให้เช่าเครื่องมือ เครื่องจักรในการก่อสร้าง | 66,033,000 | 100 (ผ่าน STIT) |
| บริษัท ดับเบิลยูพีจีอี เพชรบุรี จำกัด | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากขยะชุมชน | 700,000,000 | 60 (ผ่าน STPS) |
| บริษัท เอสที พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด | โลจิสติกส์และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ | 440,000,000 | 100 |
| บริษัท ฟิลอัพ เนตเวิร์ค จำกัด | ดำเนินธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในชุมชนผ่านตู้จ่ายน้ำมันอัตโนมัติ | 500,000,000 | 70 |
| บริษัท เอสที ฮิลล์ จำกัด | พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ | 30,000,000 | 100 (ผ่าน STP&L) |
| บริษัท เอสที ฮับ จำกัด | พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ | 30,000,000 | 100 (ผ่าน STP&L) |
| บริษัท โกรท แวร์เฮ้าส์ จำกัด | ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ | 50,000,000 | 90 (ผ่าน STP&L) |
| บริษัท เอสที คลีน พลาเน็ต จำกัด | เพื่อการเข้าลงทุนในกิจการอื่น | 1,000,000 | 100 |
| บริษัท เอสที เอโวลูชั่น จำกัด | เพื่อการเข้าลงทุนในกิจการอื่น | 1,000 เหรียญสิงคโปร์ | 100 |
| บริษัท เอสที คลีน พลาเน็ต (เอเชีย) จำกัด | เพื่อการเข้าลงทุนในกิจการอื่น | 100 เหรียญฮ่องกง | 100 |
| บริษัท อิมแพคท์ โซล่าร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า | 146,691,104 | 100 |
| บริษัท อิมแพค โซล่าร์ จำกัด | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า | 56,300,000 | 100 |
พันธกิจ
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจแปรรูปโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง และเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม
วิสัยทัศน์ของบริษัท
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำในธุรกิจแปรรูปโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่สำหรับธุรกิจพลังงานและส่งออกไปทั่วโลก ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
วัตถุประสงค์ / เป้าหมายระยะยาว
ดำเนินธุรกิจมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตงานแปรรูปโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ ที่มีมาตรฐานสากล เพื่อรองรับงานโครงการขนาดใหญ่ทั่วโลก โดยมุ่งเน้นให้มีความสามารถในการแข่งขันตลอดเวลา และมีการพัฒนาในด้านต่างๆ ดังนี้
- บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจแปรรูปโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่เพื่ออุตสาหกรรมให้มีมาตรฐานสากล พร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มในการสร้างรายได้ที่หลากหลายและอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรมีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย คือ การสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก คือ งานแปรรูปโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่
- การสร้างรายได้ที่หลากหลายและเป็นรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์และธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนเหมาะสมกับสภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน
- การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจ สังคม และการกำกับดูแลกิจการ รวมถึงการให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม
กลยุทธ์
กลยุทธ์ของบริษัท ฯ เพื่อให้องค์กรได้เติบโต มั่นคง มีดังนี้คือ
1.มุ่งเน้นความพึงพอใจของลูกค้า การส่งมอบงาน ตรงเวลา และการปราศจากอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน
2.การบริหารงานที่มีศักยภาพ และพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ
3.รักษาความมั่นคงทางการเงิน และบริหารการเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
4.หาโอกาสธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ขยายการเติบโตในธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์ และธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนเหมาะสมกับสภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน และอยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
5.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยการให้ความรู้กับบุคคลากรของบริษัท
เป้าหมายทางธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม
บริษัทตระหนักถึงการดำเนินงาน ให้มีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และให้มีการดำเนินงานที่มุ่งเน้นด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสังคมที่ดี โดยมีการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ การติดตามผล และการพัฒนาในเรื่องความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมและสังคม ให้ความรู้และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในปี 2567 บริษัท ยังคงเป็นผู้นำในธุรกิจแปรรูปโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่จากการได้รับงานโครงการอย่างต่อเนื่อง และมีงานรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทุกประเภทที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์อีกทั้งบริษัทได้ดำเนินการตามเป้าหมายและกลยุทธ์ ในการขยายธุรกิจในธุรกิจพลังงานทดแทน มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลม MONSOON ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่มีการคืบหน้าของโครงการที่ดี และคาดว่าจะมีรายได้จากการขายไฟในปี 2568 และเข้าถือหุ้นในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ซึ่งก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่องในปี 2567 ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับกลุ่มบริษัทอีกด้วย นแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ ปี 2565-2566
ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ
ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ และการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจ
1.แปรรูปโครงสร้างเหล็ก
- แปรรูปโครงสร้างเหล็ก (รับจ้างผลิต)
ธุรกิจของบริษัท เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูป และการก่อสร้างงานเหล็กในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โรงแยกก๊าซ โรงกลั่นน้ำมัน อาคารสูง สนามบิน และ สะพาน เป็นต้น โดยจำแนกขอบข่ายงานออกได้เป็น 4 ประเภทงานหลัก ดังนี้
- งานออกแบบและเขียนแบบทางวิศวกรรม (Engineering) เป็นการให้บริการงานแบบและเขียนแบบรายละเอียดงานโครงสร้างเหล็ก และระบบท่อ โดยใช้บุคลากรที่มีประสบการณ์ และโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีความสามารถเฉพาะด้านและมีประสิทธิภาพสูง
- งานแปรรูปเหล็ก (Fabrication) เป็นการให้บริการแปรรูปโครงสร้างเหล็กและระบบท่อ รวมทั้ง งานเหล็กประเภทอื่นๆ โดยงานแปรรูปจะดำเนินการในโรงงานของบริษัทที่มีเครื่องจักรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับงานแต่ละประเภท
- งานประกอบ (Assembly) และก่อสร้าง (Construction) เป็นการให้บริการก่อสร้างและติดตั้งโครงสร้างเหล็ก ระบบท่อ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบการผลิตของอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ โดยงานก่อสร้างนี้ จะดำเนินการที่ที่ตั้งของแต่ละโครงการ หรือหากเป็นโรงงานสำเร็จรูป (Module) ก็จะดำเนินการก่อสร้างที่โรงประกอบของบริษัท แล้วจึงทำการเคลื่อนย้าย Module ไปติดตั้ง ณ ที่ตั้งของโครงการทั้งในและต่างประเทศ
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
- โครงสร้างเหล็ก (Steel Structure)
บริษัทให้บริการแปรรูปและติดตั้งโครงสร้างเหล็ก โดยใช้เหล็กแผ่นและเหล็กรูปพรรณจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต โครงสร้างเหล็กที่บริษัทรับดำเนินการเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น
1.1 โครงสร้างเหล็กของอาคารในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงแยกก๊าซ โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานปิโตรเคมี เป็นต้น ซึ่งรวมถึงโครงสร้างเหล็กที่ถูกติดตั้งประกอบเป็นโครงสร้างหลักของงาน Module
1.2 โครงสร้างเหล็กที่เป็นโครงสร้างหลักของอาคารสูง อาคารสนามบิน สนามกีฬา หรือโครงสร้างหลังคา (Roof Structure) ของอาคารประเภทต่างๆ
1.3 โครงสร้างเหล็กในงานสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น สะพาน ทางยกระดับ รางรถไฟฟ้า เป็นต้น
- ระบบท่อ (Piping)
บริษัทให้บริการประกอบท่อ และติดตั้งระบบท่อ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ โรงงานปิโตรเคมีและงานนอกชายฝั่งทะเล เป็นต้น การประกอบท่อส่วนใหญ่จะดำเนินการที่โรงงานของบริษัท ให้ได้ขนาดและรูปร่างตามที่ออกแบบ เพื่อความสะดวกและลดเวลาในการติดตั้งที่โครงการ หลังจากนั้นจะนำไปประกอบเป็นระบบท่อ ณ ที่ตั้งของโครงการ หรือติดตั้งประกอบเป็นส่วนหนึ่งของาน Module ซึ่งบริษัทได้ทำงานประกอบและเชื่อมท่อ ซึ่งได้ติดตั้งให้กับโครงการต่างๆ ภายในประเทศและส่งออกให้กับหลายโครงการในต่างประเทศทั่วโลก
- โรงงานสำเร็จรูป (Module)
บริษัทให้บริการการประกอบและก่อสร้างโรงงานสำเร็จรูป ( Module) ที่โรงประกอบท่าเรือแหลมฉบังซึ่งตั้งอยู่ใกล้ ท่าเรือน้ำลึก และมีทางออกสู่ทะเล เพื่อความสะดวกในการขนส่งโครงสร้างระบบขนาดใหญ่นี้ไปยังที่ตั้งของโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โรงงานสำเร็จรูปเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยระบบย่อยต่างๆ เช่น โครงสร้างเหล็ก ระบบท่อ ภาชนะความดัน เครื่องจักร ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุมและอุปกรณ์การผลิตอื่นๆตามแต่ละประเภทของอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์โรงงานสำเร็จรูปส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่องานก่อสร้างที่อยู่นอกชายฝั่งทะเล แท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งทะเล รวมไปถึงโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่บนฝั่งที่มีข้อจำกัดในด้านสถานที่เพื่อการก่อสร้าง หรือขาดแคลนแรงงาน หรือมีต้นทุนแรงงานสูง หรือต้องการลดระยะเวลาและต้นทุนในการก่อสร้าง หรือมีความจำเป็นอื่นๆที่ต้องการลดปริมาณการทำงานในบริเวณที่ตั้งโครงการ เป็นต้น
- แปรรูปโครงสร้างเหล็ก (ขายและบริการเกี่ยวกับแปรรูปโครงสร้างเหล็ก)
- งานรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทุกประเภทที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม เช่น สิ่งปลูกสร้างในทะเล สิ่งปลูกสร้าง บนบก ท่อส่ง สถานที่กักเก็บปิโตรเลียม สิ่งอํานวยความสะดวก อุปกรณ์และวัสดุอื่นใด ที่ใช้ในการสํารวจ ผลิต เก็บรักษา ขนส่ง ขาย หรือจําหน่ายปิโตรเลียม เป็นต้น
2. ธุรกิจพลังงานทดแทน
ปัจจุบันบริษัทได้มีการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานจากขยะชุมชน พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ดังนี้
- โรงไฟฟ้าขยะชุมชน ภายใต้บริษัท ดับเบิลยูพีจีอี เพชรบุรี จำกัด
โรงไฟฟ้าขยะชุมชน ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าแลง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี กำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 7.9 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการประมาณ 1,800 ล้านบาท ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 5.99 เมกะวัตต์ สัญญามาตรฐานต่ออายุทุกๆ 5 ปี ได้รับค่าไฟแบบมี Adder 3.50 บาท/kWh เป็นระยะเวลา 7 ปี
ระหว่างปี 2562 ได้หยุดดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าฯ ชั่วคราว เนื่องจากมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งข้อพิพาทดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วในปี 2566 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงโรงไฟฟ้าเพื่อให้ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้ภายในปี 2569
- โรงไฟฟ้าพลังงานลม ภายใต้การลงทุนผ่าน Impact Monsoon Holdings Limited (“IMH”)
โครงการ Monsoon ขนาดกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นโรงไฟฟ้าข้ามพรมแดนแห่งแรกของเอเชีย ตั้งอยู่ที่แขวงเซกอง และแขวงอัตตะปือ ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผลิตและขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าเวียดนามของประเทศเวียดนาม โดยบริษัทฯ ได้เข้าลงทุนทางอ้อมผ่าน IMH เป็นจำนวนเงิน 44.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเทียบเท่า 1,531 ล้านบาท และเทียบเท่าการเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง (Ultimate Shareholder) สัดส่วนร้อยละ 15.87 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว และได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ระยะเวลาสัญญา 25 ปี
- โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้การลงทุนผ่าน บริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท อิมแพคท์ โซล่าร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (ISGT) บริษัท อิมแพค โซล่าร์ จำกัด (ISL) และ บริษัทร่วม 1 แห่ง ได้แก่ บริษัท ซิโนพาวเวอร์ จำกัด (SP)
– ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ให้แก่เอกชน (Private Power Purchase Agreement) คือรูปแบบการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา โดยที่ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ต้องลงทุนติดตั้งเองบริษัทผู้ให้บริการจะเป็นผู้ลงทุน ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบทั้งหมด ส่วนเจ้าของอาคารมีหน้าที่เพียงให้ใช้พื้นที่หลังคา และทำสัญญาซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้ในราคาที่ตกลงกันล่วงหน้า (มักต่ำกว่าค่าไฟปกติ) เป็นระยะยาว เช่น 10–25 ปีเมื่อครบสัญญา ผู้ใช้ไฟอาจมีสิทธิ์ซื้อระบบต่อในราคาที่ตกลงกัน หรือขยายสัญญาเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา
– รับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และแบบ Solar Farm
3.ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกค์
บริษัทดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและให้บริการภายใต้การลงทุนผ่าน บริษัทย่อย 4 แห่ง และบริษัทร่วมอีก 1 แห่ง ดังนี้
โครงการและที่ดินเพื่อการพัฒนาภายใต้การบริหารของบริษัทย่อย บริษัท เอสที พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด
- โรงงานและคลังสินค้า ลำลูกกา เป็นโรงงานและคลังสินค้า ตามมาตรฐานการก่อสร้างและเป็นการออกแบบเฉพาะตามความต้องการ พื้นที่เช่ารวม 30,189 ตางรางเมตร ตั้งอยู่ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
- บางนา กม. 19 เป็นที่ดินว่างเปล่ารอการพัฒนา เป็นเจ้าของเองโดยมีผังการใช้ประโยชน์เป็นสีท่วง เหมาะกับการสร้างโรงงานและอุตสาหกรรม เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
- บางนา กม. 22 เป็นที่ดินว่างเปล่ารอการพัฒนา เป็นสิทธิการเช่าระยะเวลา 30 ปี โดยมีผังการใช้ประโยชน์เป็นสีท่วง เหมาะกับการสร้างโรงงานและอุตสาหกรรม เนื้อที่ประมาณ 27 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
โครงการเพื่อการพัฒนาภายใต้การบริหารของบริษัทย่อยของบริษัท เอสทีพร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ โลจิสติกส์ คือ บริษัท โกรท แวร์เฮ้าส์ จำกัด
ดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าคลังสินค้าเพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้า รองรับธุรกิจ E-Commerce ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ พื้นที่เช่ารวม 38,448 ตางรางเมตร ตั้งอยู่ที่ 1) ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 2) ต. สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ 3) ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มเติมที่ ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา พื้นที่เช่า 15,120 ตารางเมตร คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ค่าเช่าได้ในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 เป็นต้นไป
โครงการภายใต้การบริหารของบริษัทร่วม ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เคทีบีเอสที มิกซ์ (“KTBSTMR”) โดยมีรายละเอียดดังนี้
ให้บริการเป็นผู้บริหารโครงการ โดยบริษัท เอสทีพร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ โลจิสติกส์
- คลังสินค้า เอสที บางปะอิน โรงงานและคลังสินค้าให้เช่า มีให้เลือกหลายขนาด พื้นที่เช่ารวม 43,270 ตางรางเมตร ตั้งอยู่ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
- คลังสินค้า เอสที บางบ่อ คลังสินค้าให้เช่า มีให้เลือกหลายขนาด พื้นที่เช่ารวม 37,656 ตางรางเมตร ตั้งอยู่ใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
บริหารโดยบริษัท เอสที ฮิลล์ จำกัด
- โครงการซัมเมอร์ ฮิลล์ เป็น ศูนย์การค้าแบบ Community Mall (Summer Hill) ศูนย์รวมร้านค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ศูนย์ออกกำลังกาย เป็นต้น พื้นที่เช่ารวม 4,988 ตางรางเมตร เขตคลองเตย จ.กรุงเทพ ที่ตั้ง: โครงการซัมเมอร์ ฮิลล์ : 1106 ถนนสุขุมวิท พระโขนง คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร : +66(0) 2392-6810
ให้บริการเป็นผู้บริหารโครงการ โดยบริษัท เอสที ฮับ จำกัด
โครงการซัมเมอร์ ฮับ เป็นอาคารสำนักงาน (Summer Hub) เป็นอาคารสำนักงานร่วมสมัย 6 ชั้น พื้นที่เช่ารวม 5,147 ตางรางเมตร ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนสุขุมวิทและถนนพระราม 4 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพระโขนงโครงการซัมเมอร์ ฮับ : 1778 ถนนสุขุมวิท พระโขนง คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร : +66(0) 2392-6810
นโยบายการวิจัยและพัฒนาในด้านต่างๆของบริษัท
เนื่องจากลักษณะงานของบริษัทเป็นการผลิตและให้บริการตามความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์รูปแบบที่ชัดเจน ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งเน้นพัฒนาในด้านกระบวนการทำงาน ตั้งแต่
– การจัดหาวัตถุดิบและเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน จัดให้มีทีมงานศึกษาและจัดหาวัตถุดิบและเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงาน ที่เพียงพอและมีคุณภาพ ในการจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพ การส่งมอบ และราคา ที่เหมาะสม
– การลดขั้นตอนและระยะเวลาการทำงานโดยนำ Lesson Learn ของโครงการที่ผ่านมา มาศึกษาและหาวิธีการปรับปรุงสำหรับโครงการในอนาคต และสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
– การมุ่งเน้นพัฒนาบุคคลการ โดยเฉพาะตำแหน่งระดับแรงงานฝีมือด้าน Operation ให้มีความสามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่อาจจะต้องการแรงงานระยะสั้น จะได้ลดการว่าจ้างแรงงานใหม่เพิ่มเติม ที่จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงกว่า
ด้วยลักษณะของผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท คือ โครงสร้างเหล็ก งานแปรรูปท่อ และ โรงงานสำเร็จรูป (Module) ที่ไม่ได้มีรูปแบบที่แน่นอน เพราะผลิตตามแบบจากการออกแบบของลูกค้าซึ่งขึ้นกับประเภทโครงการของลูกค้า เช่น โครงสร้างเหล็กของโครงการอาคารสูง ของโครงการสร้างสะพาน งานท่อของระบบท่อลำเลียงกาซหรือน้ำมันของโรงงานปิโตรเคมี โรงงานสำเร็จรูป (Module) ของกระบวนการผลิตก๊าซเหลว (LNG) กระบวนการผลิต Hydrogen กระบวนการผลิต Ammonia เป็นต้น ในธุรกิจนี้ลูกค้าจะพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการจากความสามารถในการผลิตงานให้สำเร็จและผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ประสบการณ์ของบริษัท ประสบการณ์ของบุคคลากร ฝีมือของแรงงาน กำลังการผลิค และมาตรฐานความปลอดภัย มากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งบริษัทได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งบริการทั้งหมดที่บริษัทสามารถดำเนินการได้ไว้บนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทชึ่งลูกค้าสามารถรับข้อมูลและติดต่อมายังฝ่ายการตลาดของบริษัทตามชื่อผู้ติดต่อที่ให้ไว้บนหน้าเว็บไซต์เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมตามที่ต้องการ เช่น กำลังการผลิต ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบตามข้อกำหนดของโครงการ (กำหนดโดยลูกค้า) พื้นที่ทำงานและเครื่องจักรที่สามารถรองรับงานโครงการของลูกค้าได้ ประสบการณ์และผลงาน เป็นต้น ซึ่งฝ่ายการตลาดจะจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมเป็นไฟล์เอกสารให้ลูกค้าตามประเภทของโครงการและตามความต้องการของลูกค้า
นอกจากนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทจะเป็นลูกค้ารายเดิมที่เคยทำงานร่วมกัน หรือรู้จักบริษัทจากชื่อเสียง ประสบการณ์ของบริษัทในผลงานได้ที่ส่งออกไปทั่วโลก จึงมักได้รับการติดต่อโดยตรงจากลูกค้ามายังฝ่ายการตลาดเมื่อลูกค้ามีงานโครงการใหม่ เนื่องจากลักษณะงานของบริษัทเป็นการผลิตและให้บริการตามความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์รูปแบบที่ชัดเจน
